
สารสกัดจากใบ แปะก๊วย เรียกว่า Extract Ginkgo Biloba ( EGb) ผลิตด้วยกรรมวิธี Spray dry technique เราไม่สามารถนำผงแห้งของใบมารับประทานได้ เพราะจะมี djenkolic acid ซึ่งมีอันตรายต่อไต จึงต้องสกัดมาด้วยกรรมวิธีที่ปลอดภัยเท่านั้น
กลไกการออกฤทธิ์
มีสองแบบคือ หนึ่ง ยับยั้งการจับตัวของเกร็ดเลือด ( Platlet Aggregation ) และปรับความยืดหยุ่นของผนังเกร็ดเลือด ( Regulating blood vessel elasticity ) จึงช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ในเนื้อเยื่อต่างๆทั่วร่างกาย ให้ดีขึ้น กลไกที่สองคือ ฤทธิ์ทางด้าน ต้านอนุมูลอิสสระ ( Antioxidant หรือ hydroxyl radical scavenging activity) ประโยชน์ทั้งหมดในรายงานทางการแพทย์ของแป๊ะก๊วย มีในผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้มีอายุมักจะมีเลือดไหลเวียนไม่ดีในบางส่วน จากเส้นเลือดแข็งตัวบ้าง หรือมีเส้นเลือดตีบจากไขมันอุดตันหรือจากโรคต่าง ๆ การที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ
หลักฐานทางการแพทย์ในคนไข้ ที่มีรายงานว่าได้ผลชัดเจน
· เพิ่มความจำและลดอาการทางสมองที่ไม่พึงประสงค์ในผู้สูงอายุ
· ลดอาการของโรค อัลไซเมอร์ ( Alzheimer )หรือสมองเสื่อมจากการที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ( Multi -infarct Dementia ) · โรคเสียงในหู ( Tinnitus ) และ เวียนศรีษะในผู้สูงอายุ
· ลดอาการปวดเมื่อยหรืออ่อนล้า หรือเป็นตะคริว ของกล้ามเนื้อแขนขาจากการขาดเลือดของเนื้อเยื่อร่างกาย
ขนาดของแปะก๊วยที่ใช้ในรายงานทางการแพทย์คือประมาณ 120 มิลลิกรัม ( 3 แคปซูลต่อวัน ) โดยจะทานเวลาใดก็ได้ จะแบ่งเป็นหลังอาหาร 3 มื้อ หรือทานรวมเป็นมื้อเดียวก็ได้
ข้อควรระวัง
1. เนื่องจากไม่มีรายงานที่ใช้ในเด็ก และสตรีมีครรภ์จึงไม่แนะนำให้ เด็กและสตรีมีครรภ์รับประทาน
2. โดยหลักการแล้ว ไม่ควรรับประทาน ถ้าทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด ( แอสไพริน และ วอรฟาริน ) ในผู้ป่วยที่มีประวัติเส้นโลหิตในสมองแตก หรือโรคทีเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด
Filed under: บำรุงร่างกายทั่วไป, สมอง, เสริมสมรรถนทางเพศช | Tagged: จิงโกล่า, สารสกัดจากใบ แปะก๊ว